ผู้เขียน หัวข้อ: รู้จัก "เท้าแบน" ไม่ใช่โรค แต่ปล่อยไภ (อ่าน 58 ครั้ง)

citizen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด

รู้จักกับภาวะ "เท้าแบน"
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เท้าแบน ไม่ไช่โรคแต่เป็นภาวะหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างเท้า โดยลักษณะของเท้าไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืน ฝ่าเท้าจะราบไปกับพื้นทั้งหมด ภาวะดังกล่าวอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดเวลาเดิน แต่ไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน จะค่อยเป็นค่อยไปจนเริ่มมีอาการปวดเท้า ส้นเท้า ฝ่าเท้าด้านหน้า เนื่องจากเส้นเอ็นเกิดการอักเสบ หรือโรครองช้ำ

 

ประเภทของเท้าแบนi99bet
ภาวะเท้าแบนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.เท้าแบนแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่เกิดโดยได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

2.เท้าแบนที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยมีสาเหตุจากไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิต ตลอดจนการได้รับอุบัติเหตุ เช่น การเดินเท้าเปล่า หรือใส่รองเท้าแบนราบเป็นประจำและเป็นระยะเวลานาน น้ำหนักมากเกินไป อายุที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
 

ผู้ที่มีความเสี่ยงภาวะเท้าแบน
ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นภาวะเท้าแบน ได้แก่ ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นเท้าแบน ผู้ป่วยโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคข้อรูมาตอยด์ รวมถึงสตรีมีครรภ์ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบของฮอร์โมนในร่างกาย

 
อันตรายของภาวะเท้าแบนi99bet
นายแพทย์สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะเท้าแบนสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กระดูกงอกหรือตาปลา อาการปวดสะโพก ปวดหลัง

 

การรักษาภาวะเท้าแบน
1.วิธีบำบัดทางกายภาพ โดยใส่อุปกรณ์เสริมที่เท้า เช่น แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บเท้าและหนุนเท้าผู้ป่วย ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ยึดเชื่อมกันของขาส่วนล่าง โดยนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ

2.การรักษาด้วยยา

3.การผ่าตัด ทั้งนี้การป้องกันภาวะเท้าแบนไม่ให้มีอาการเพิ่มมากขึ้นสามารถทำได้โดยสวมรองเท้าที่พอดีและรับกับลักษณะฝ่าเท้า หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือกีฬาที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกที่ฝ่าเท้า เช่น วิ่ง กระโดด เตะฟุตบอล ตลอดจนลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกระแทกที่เท้าi99bet